ศัพท์เทรด ICT + SMC ฉบับมือใหม่
ภาษาไทยก่อน ตามด้วยศัพท์อังกฤษ แตะคำเพื่ออ่านคำอธิบาย ตัวอย่าง และคำที่เกี่ยวข้อง
แสดง 35 คำ
ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราForexพื้นฐาน
ตลาดที่คนทั่วโลกซื้อขายสกุลเงินกัน โดยซื้อขายเป็น "คู่" เสมอ เช่น ยูโรเทียบดอลลาร์ (EURUSD) เปิดเกือบ 24 ชั่วโมงในวันจันทร์–ศุกร์ ทองคำ (XAUUSD) ก็มักเทรดบนแพลตฟอร์มเดียวกันกับคู่เงิน
ตัวอย่าง: EURUSD = 1.0800 หมายถึง 1 ยูโร แลกได้ 1.08 ดอลลาร์ (ตัวเลขสมมติ)
คำที่เกี่ยวข้อง:
XAUUSDSpreadLeverageเรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
ทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐXAUUSDพื้นฐาน
ราคาทองคำ 1 ออนซ์ คิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ XAU = ทองคำ USD = ดอลลาร์ ราคาขึ้นแปลว่าทองแพงขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์
ตัวอย่าง: XAUUSD = 4,000 แปลว่าทอง 1 ออนซ์ราคา $4,000 (ราคาสมมติ) บัญชีส่วนใหญ่ 1 lot = 100 ออนซ์ ดังนั้น 0.01 lot ราคาขยับ $1 ≈ กำไร/ขาดทุน $1 (เช็กสเปกโบรกที่ใช้)
คำที่เกี่ยวข้อง:
ForexPosition SizingSpreadเรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
แท่งเทียนCandlestickพื้นฐาน
วิธีแสดงราคาบนกราฟ 1 แท่ง = 1 ช่วงเวลา บอกราคา 4 ค่า: เปิด (Open) สูงสุด (High) ต่ำสุด (Low) ปิด (Close) ตัวแท่ง (Body) คือช่วงเปิด–ปิด ไส้เทียน (Wick) คือจุดที่ราคาเคยไปถึงแต่ไม่ได้ปิดตรงนั้น
ตัวอย่าง: แท่งเขียว: ปิดสูงกว่าเปิด (ราคาขึ้นในช่วงนั้น) · แท่งแดง: ปิดต่ำกว่าเปิด

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
TimeframeLiquidity Sweepเรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
กรอบเวลาของกราฟTimeframeพื้นฐาน
ระยะเวลาของแท่งเทียน 1 แท่ง เช่น M5 = 5 นาที, H1 = 1 ชั่วโมง, H4 = 4 ชั่วโมง, D1 = 1 วัน กราฟใหญ่ (H4, D1) เห็นภาพรวม กราฟเล็ก (M5, M15) เห็นรายละเอียด
ตัวอย่าง: ขาขึ้นบน M5 อาจเป็นแค่การเด้งพักตัวในขาลงของ H4 จึงควรดูกราฟใหญ่ก่อน (บทที่ 2)
คำที่เกี่ยวข้อง:
CandlestickMarket Structureเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 2 ของคอร์สฟรี
ส่วนต่างราคาซื้อ–ขายSpreadพื้นฐาน
ราคาที่ซื้อ (Ask) กับราคาที่ขาย (Bid) ไม่เท่ากัน ส่วนต่างนี้คือต้นทุนที่จ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ เปิดปุ๊บจะติดลบเท่าสเปรดทันที
ตัวอย่าง: ทอง Bid 4,000.00 / Ask 4,000.30 สเปรด = $0.30 ช่วงข่าวแรงหรือเช้ามืดเวลาไทย สเปรดมักกว้างขึ้น (บทที่ 4)
คำที่เกี่ยวข้อง:
XAUUSDStop Loss (SL)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 4 ของคอร์สฟรี
อัตราทด / เลเวอเรจLeverageพื้นฐาน
การใช้เงินประกัน (Margin) จำนวนน้อย คุมสัญญาที่มูลค่าใหญ่กว่าหลายเท่า ขยายทั้งกำไรและขาดทุน จึงต้องคุม lot และ SL เสมอ
ตัวอย่าง: เลเวอเรจ 1:100 เงินประกัน $1,000 คุมสัญญามูลค่าประมาณ $100,000 ได้ ราคาขยับนิดเดียว เงินในพอร์ตขยับมาก
คำที่เกี่ยวข้อง:
Position SizingRisk Per Tradeเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
จุดตัดขาดทุนStop Loss (SL)พื้นฐาน
คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งสวนไปถึงจุดที่กำหนด เพื่อจำกัดการขาดทุน ควรวางตรงจุดที่ "ถ้าราคามาถึง แปลว่าไอเดียผิดแล้ว" เช่น ใต้ Swing Low ที่ปกป้องโครงสร้าง
ตัวอย่าง: Buy ที่ 4,040 วาง SL ใต้จุดต่ำที่ 3,995 ถ้าราคาลงถึง ระบบปิดให้ ขาดทุนตามที่วางแผนไว้

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Take Profit (TP)Risk Per TradeSell Side Liquidity (SSL)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
จุดทำกำไรTake Profit (TP)พื้นฐาน
คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปถึงเป้าหมาย มักวางก่อนถึงจุดที่มี Liquidity ฝั่งตรงข้าม เช่น ไฮเดิม
ตัวอย่าง: Buy ที่ 4,040 ตั้ง TP ที่ไฮเดิม 4,100
คำที่เกี่ยวข้อง:
Stop Loss (SL)Risk Reward Ratio (RR)Buy Side Liquidity (BSL)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
จุดสูงของคลื่นSwing Highโครงสร้างตลาด
แท่งที่มี High สูงกว่าแท่งซ้ายและขวา คือยอดของคลื่นราคา ต้องรอแท่งขวาปิดก่อนจึงยืนยันได้
ตัวอย่าง: ราคาขึ้นไป 4,100 แล้วย่อลง แท่งที่ทำ 4,100 คือ Swing High เหนือจุดนี้มักมี SL ของคน Sell กองอยู่

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Swing LowBuy Side Liquidity (BSL)HH (Higher High)เรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
จุดต่ำของคลื่นSwing Lowโครงสร้างตลาด
แท่งที่มี Low ต่ำกว่าแท่งซ้ายและขวา คือก้นของคลื่นราคา
ตัวอย่าง: ราคาลงมา 4,000 แล้วเด้งขึ้น จุด 4,000 คือ Swing Low ใต้จุดนี้มักมี SL ของคน Buy กองอยู่

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Swing HighSell Side Liquidity (SSL)HL (Higher Low)เรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
โครงสร้างตลาดMarket Structureโครงสร้างตลาด
ลำดับของจุดสูง–จุดต่ำ (Swing High/Low) ที่บอกว่าตลาดเอนขึ้น เอนลง หรือแกว่งออกข้าง
ตัวอย่าง: HH + HL ต่อกัน = เอนขึ้น · LH + LL ต่อกัน = เอนลง · ปนกัน = ไม่ชัด

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
HH (Higher High)HL (Higher Low)LH (Lower High)LL (Lower Low)BOS (Break of Structure)เรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
จุดสูงใหม่ที่สูงกว่าเดิมHH (Higher High)โครงสร้างตลาด
Swing High ใหม่ที่สูงกว่า Swing High ก่อนหน้า เป็นส่วนหนึ่งของขาขึ้น
ตัวอย่าง: ไฮเดิม 4,100 → ไฮใหม่ 4,130 = HH

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
HL (Higher Low)LH (Lower High)Market Structureเรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
จุดต่ำใหม่ที่สูงกว่าเดิมHL (Higher Low)โครงสร้างตลาด
Swing Low ใหม่ที่สูงกว่า Swing Low ก่อนหน้า ราคาย่อแต่ไม่หลุดก้นเดิม เป็นส่วนหนึ่งของขาขึ้น
ตัวอย่าง: โลว์เดิม 4,000 → โลว์ใหม่ 4,040 = HL

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
HH (Higher High)LL (Lower Low)CHoCH (Change of Character)เรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
จุดสูงใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมLH (Lower High)โครงสร้างตลาด
Swing High ใหม่ที่ต่ำกว่า Swing High ก่อนหน้า ราคาเด้งแต่ไปไม่ถึงยอดเดิม เป็นส่วนหนึ่งของขาลง
ตัวอย่าง: ไฮเดิม 4,100 → ไฮใหม่ 4,070 = LH

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
LL (Lower Low)HH (Higher High)Market Structureเรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
จุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมLL (Lower Low)โครงสร้างตลาด
Swing Low ใหม่ที่ต่ำกว่า Swing Low ก่อนหน้า เป็นส่วนหนึ่งของขาลง
ตัวอย่าง: โลว์เดิม 4,000 → โลว์ใหม่ 3,970 = LL

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
LH (Lower High)HL (Higher Low)BOS (Break of Structure)เรียนเรื่องนี้ใน: พื้นฐานก่อนเริ่ม ของคอร์สฟรี
การทะลุโครงสร้าง (ไปทางเดิม)BOS (Break of Structure)โครงสร้างตลาด
ราคาทะลุจุดสำคัญไปทางเดียวกับเทรนด์ เช่น ขาขึ้นแล้วราคาปิดเหนือ HH เดิม แปลว่าเทรนด์ยังไปต่อ ส่วนใหญ่ใช้ "ราคาปิดของแท่ง" เป็นเกณฑ์ ไม่ใช่แค่ไส้
ตัวอย่าง: ขาขึ้น HH เดิม 4,100 แท่ง H1 ปิด 4,112 = BOS ขาขึ้น

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
CHoCH (Change of Character)MSS (Market Structure Shift)HH (Higher High)สอนละเอียดใน Ebook บทที่ 4 · ดู Ebook
การเปลี่ยนลักษณะของเทรนด์CHoCH (Change of Character)โครงสร้างตลาด
ครั้งแรกที่ราคาทะลุสวนเทรนด์เดิม เช่น ขาขึ้นแล้วราคาปิดใต้ HL ล่าสุด เป็น "สัญญาณเตือน" ว่าเทรนด์อาจเปลี่ยน ยังไม่ใช่คำยืนยัน
ตัวอย่าง: ขาขึ้น HL ล่าสุด 4,040 แท่งปิด 4,030 = CHoCH ควรรอดูว่าจะเกิด LH และทะลุลงต่อ (BOS ขาลง) หรือไม่

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
BOS (Break of Structure)MSS (Market Structure Shift)HL (Higher Low)สอนละเอียดใน Ebook บทที่ 4 · ดู Ebook
การเปลี่ยนโครงสร้างตลาดMSS (Market Structure Shift)โครงสร้างตลาด
คำที่สาย ICT ใช้เรียกการเปลี่ยนโครงสร้างที่มีแรงชัด (ราคาวิ่งแรงทะลุจุดสำคัญสวนทางเดิม) มักเกิดหลังการกวาด Liquidity หลายคนใช้ความหมายใกล้เคียง CHoCH
ตัวอย่าง: ราคากวาดโลว์เดิมแล้วพุ่งขึ้นแรง ปิดเหนือ LH ล่าสุดบน M5 = MSS ขาขึ้นบนกราฟเล็ก (ยังต้องดู Bias กราฟใหญ่ประกอบ)
คำที่เกี่ยวข้อง:
CHoCH (Change of Character)BOS (Break of Structure)Liquidity Sweepสอนละเอียดใน Ebook บทที่ 4 และ 8 · ดู Ebook
สภาพคล่อง (จุดที่ออเดอร์กองรอ)Liquidityสภาพคล่อง
บริเวณที่มีคำสั่งซื้อขายหรือ Stop Loss สะสมอยู่จำนวนมาก มักอยู่เหนือ Swing High และใต้ Swing Low เป็นจุดที่ราคามักวิ่งไปหา
ตัวอย่าง: เหนือ Swing High เดิม อาจมี Buy Side Liquidity จาก SL ของคนที่เปิด Sell

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Buy Side Liquidity (BSL)Sell Side Liquidity (SSL)Liquidity Sweepเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
สภาพคล่องฝั่งซื้อ (เหนือจุดสูง)Buy Side Liquidity (BSL)สภาพคล่อง
กลุ่มคำสั่งซื้อที่รออยู่ "เหนือ" Swing High เช่น SL ของคนที่ Sell (ถ้าโดนจะกลายเป็นคำสั่งซื้อ) และคำสั่ง Buy Stop ของคนรอซื้อตอนทะลุ
ตัวอย่าง: ยอดเท่าที่ 4,100 สองรอบ → เหนือ 4,100 มี BSL กองหนา

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Sell Side Liquidity (SSL)Equal High (EQH)Swing Highเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
สภาพคล่องฝั่งขาย (ใต้จุดต่ำ)Sell Side Liquidity (SSL)สภาพคล่อง
กลุ่มคำสั่งขายที่รออยู่ "ใต้" Swing Low เช่น SL ของคนที่ Buy (ถ้าโดนจะกลายเป็นคำสั่งขาย) และคำสั่ง Sell Stop ของคนรอขายตอนหลุด
ตัวอย่าง: ก้นเท่าที่ ~4,000 → ใต้ 4,000 มี SSL กองหนา

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Buy Side Liquidity (BSL)Equal Low (EQL)Swing Lowเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
การกวาดสภาพคล่องLiquidity Sweepสภาพคล่อง
ราคา (มักเป็นไส้เทียน) แทงผ่าน Swing High/Low เดิมไปโดน SL แล้วแท่งปิดกลับเข้ามาในกรอบเดิม ต่างจากทะลุจริง (Breakout) ที่แท่งปิดนอกจุดเดิมแล้วไปต่อ การกวาดไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัวทุกครั้ง ต้องรอสัญญาณยืนยันเพิ่ม
ตัวอย่าง: ไส้แทงลงถึง 3,994 ใต้ก้นเท่า 4,000 แต่แท่งปิด 4,003 = กวาด SSL แล้วปิดกลับ

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
LiquidityMSS (Market Structure Shift)Equal Low (EQL)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
ยอดเท่าEqual High (EQH)สภาพคล่อง
จุดสูง 2 ครั้งขึ้นไปที่ระดับใกล้กันมาก (ไม่ต้องตรงเป๊ะ) คนจำนวนมากมองเป็นแนวต้าน แล้ววาง SL ไว้เหนือจุดเดียวกัน จึงเป็นจุดที่ BSL กองหนา
ตัวอย่าง: ไฮ 4,100 กับ 4,101 ห่างกันไม่กี่วัน = ยอดเท่า

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Equal Low (EQL)Buy Side Liquidity (BSL)Liquidity Sweepเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
ก้นเท่าEqual Low (EQL)สภาพคล่อง
จุดต่ำ 2 ครั้งขึ้นไปที่ระดับใกล้กันมาก คนวาง SL ของฝั่ง Buy ไว้ใต้จุดเดียวกัน จึงเป็นจุดที่ SSL กองหนา
ตัวอย่าง: โลว์ 4,000 กับ 4,001 = ก้นเท่า มักโดนกวาดก่อนราคาจะไปทางไหนต่อ

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Equal High (EQH)Sell Side Liquidity (SSL)Liquidity Sweepเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 1 ของคอร์สฟรี
ช่องว่างราคาที่วิ่งเร็วเกินไปFair Value Gap (FVG)PD Arrays / โซนราคา
รูปแบบ 3 แท่ง ที่แท่งกลางวิ่งแรงจนไส้ของแท่งที่ 1 กับแท่งที่ 3 ไม่ซ้อนกัน เกิดเป็น "ช่องว่าง" Bullish FVG = ช่องระหว่าง High ของแท่งที่ 1 กับ Low ของแท่งที่ 3 ราคามักกลับมาเติมช่องนี้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง
ตัวอย่าง: แท่ง 1 High 4,020 · แท่ง 2 พุ่งแรง · แท่ง 3 Low 4,030 → Bullish FVG อยู่ที่ 4,020–4,030
คำที่เกี่ยวข้อง:
Inverse FVG (IFVG)Order Block (OB)Discountสอนละเอียดบนกราฟทองจริงใน Ebook บทที่ 7 · ดู Ebook
FVG ที่กลับบทบาทInverse FVG (IFVG)PD Arrays / โซนราคา
FVG ที่ราคาปิดทะลุผ่านไปทั้งช่อง แล้วช่องเดิมกลับบทบาท เช่น Bullish FVG ที่โดนแท่งปิดทะลุลง อาจกลายเป็นโซนต้านเมื่อราคาเด้งกลับมา (ศัพท์ขั้นสูง เรียนหลังเข้าใจ FVG แล้ว)
ตัวอย่าง: Bullish FVG 4,020–4,030 แท่งปิด 4,012 ใต้ช่อง ต่อมาราคาเด้งขึ้นมาที่ 4,020–4,030 แล้วโดนกดลง
คำที่เกี่ยวข้อง:
Fair Value Gap (FVG)Breaker Blockศัพท์ขั้นสูง ยังไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่ · ดู Ebook
แท่งต้นทางก่อนราคาวิ่งแรงOrder Block (OB)PD Arrays / โซนราคา
แท่งเทียนฝั่งตรงข้ามแท่งสุดท้าย ก่อนราคาวิ่งแรงจนทะลุโครงสร้าง Bullish OB = แท่งแดง (ลง) แท่งสุดท้ายก่อนราคาพุ่งขึ้นแรง เป็นโซนที่นักวิเคราะห์รอดูเมื่อราคาย้อนกลับมา ไม่ใช่จุดที่ราคาต้องเด้ง
ตัวอย่าง: แท่งแดงที่ 4,035–4,042 ตามด้วยแท่งเขียวใหญ่หลายแท่งที่ทำ BOS → แท่งแดงนั้นคือ Bullish OB
คำที่เกี่ยวข้อง:
Breaker BlockMitigation BlockFair Value Gap (FVG)BOS (Break of Structure)สอนละเอียดใน Ebook บทที่ 7 · ดู Ebook
Order Block ที่พังแล้วกลับบทบาทBreaker BlockPD Arrays / โซนราคา
Order Block ที่ราคาทะลุผ่านจนโครงสร้างเปลี่ยน (มักเกิดหลังราคาทำจุดสุดใหม่เพื่อกวาด Liquidity ก่อน) แล้วโซนเดิมกลับบทบาท เช่น จากแนวต้านกลายเป็นแนวรับ
ตัวอย่าง: Bearish OB ที่ 4,080 ถูกราคาพุ่งทะลุขึ้นไปหลังกวาดโลว์ เมื่อราคาย่อกลับมาที่ 4,080 โซนนี้อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับ
คำที่เกี่ยวข้อง:
Order Block (OB)Mitigation BlockLiquidity Sweepสอนละเอียดใน Ebook บทที่ 7 · ดู Ebook
โซนที่ราคากลับมาแก้ไม้ (ไม่กวาดก่อน)Mitigation BlockPD Arrays / โซนราคา
คล้าย Breaker Block แต่ก่อนโครงสร้างเปลี่ยน ราคา "ทำจุดสุดใหม่ไม่ได้" (เช่น ขาลงแต่ทำโลว์ใหม่ไม่ได้ เกิด HL) แล้วทะลุโครงสร้างกลับ ไม่มีการกวาด Liquidity ก่อนแบบ Breaker (ศัพท์ขั้นสูง)
ตัวอย่าง: ขาลง โลว์เดิม 4,000 รอบนี้ลงแค่ 4,010 (ไม่หลุด) แล้วพุ่งทะลุไฮล่าสุด โซนต้นทางที่ราคาเคยกดลงอาจกลายเป็นแนวรับเมื่อย่อกลับ
คำที่เกี่ยวข้อง:
Breaker BlockOrder Block (OB)ศัพท์ขั้นสูง ยังไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่ · ดู Ebook
โซนถูก (ครึ่งล่างของกรอบ)DiscountPD Arrays / โซนราคา
ครึ่งล่างของกรอบราคาที่เราเลือก ใต้เส้น 50% ถ้า Bias ขึ้น จะรอหาจังหวะ Buy ในโซนนี้ โซนถูกไม่ใช่สัญญาณซื้อ ราคาลงต่อได้เสมอ
ตัวอย่าง: กรอบ 4,000–4,100 ราคา 4,040 อยู่ในโซน Discount ถ้าเปลี่ยนไปใช้กรอบ 3,900–4,100 เส้น 50% จะเป็น 4,000 แทน
คำที่เกี่ยวข้อง:
PremiumOrder Block (OB)Fair Value Gap (FVG)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 3 ของคอร์สฟรี
อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนRisk Reward Ratio (RR)บริหารความเสี่ยง
เทียบระยะที่ยอมเสีย (จุดเข้า → SL) กับระยะที่หวังได้ (จุดเข้า → TP) RR 1:2 = เสี่ยง 1 ส่วน หวังได้ 2 ส่วน RR ดีไม่ได้แปลว่าชนะบ่อยขึ้น
ตัวอย่าง: เข้า 3,000 · SL 2,995 (เสี่ยง $5) · TP 3,010 (ได้ $10) = RR 1:2

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Stop Loss (SL)Take Profit (TP)Risk Per Tradeเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
การคำนวณขนาด lotPosition Sizingบริหารความเสี่ยง
เลือกขนาด lot ให้ "ถ้าโดน SL จะเสียไม่เกินที่ตั้งไว้" ยิ่ง SL ห่าง lot ยิ่งต้องเล็กลง สูตรง่าย: lot = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ SL × มูลค่าต่อ $1 ต่อ lot)
ตัวอย่าง: ยอมเสีย $10 · SL ห่าง $5 · ทอง 0.01 lot ขยับ $1 ≈ $1 → 0.01 lot เสีย $5 → ใช้ 0.02 lot

ภาพจำลองเพื่อการศึกษา ราคาสมมติ · แตะเพื่อดูภาพใหญ่
คำที่เกี่ยวข้อง:
Risk Per TradeStop Loss (SL)Leverageเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
ความเสี่ยงต่อไม้Risk Per Tradeบริหารความเสี่ยง
เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตที่ยอมเสียได้ใน 1 ออเดอร์ มือใหม่นิยมไม่เกิน 1% เพื่อให้แพ้ติดกันหลายไม้แล้วยังอยู่รอด
ตัวอย่าง: พอร์ต $500 เสี่ยง 1% = เสียได้ไม่เกิน $5 ต่อไม้
คำที่เกี่ยวข้อง:
Position SizingDrawdownStop Loss (SL)เรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
การลดลงของพอร์ตจากจุดสูงสุดDrawdownบริหารความเสี่ยง
พอร์ตลดลงจากจุดสูงสุดเท่าไร ก่อนจะกลับขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ บอกว่าช่วงแย่ที่สุดหนักแค่ไหน การขาดทุนเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ จึงต้องคุมไม่ให้ลึกเกินไป
ตัวอย่าง: พอร์ตขึ้นไป $1,000 แล้วลดเหลือ $900 = Drawdown 10% ต้องกำไร ~11% จึงจะกลับไปที่ $1,000
คำที่เกี่ยวข้อง:
Risk Per TradePosition Sizingเรียนเรื่องนี้ใน: บทที่ 5 ของคอร์สฟรี
ไม่พบคำที่ค้นหา ลองพิมพ์ภาษาอังกฤษหรือคำสั้นลง หรือกด "ทั้งหมด"
ทดสอบความเข้าใจ
อ่านศัพท์แล้ว ลองทำแบบทดสอบรวม 18 ข้อ (แท่งเทียน · โครงสร้างตลาด · สภาพคล่อง · FVG · Order Block · ความเสี่ยง) มีเฉลยทุกข้อ